|
คราวนี้หลายคนคงสงสัยว่าเจ้าเครื่องวัดระยะดิจิตอลนั้นมีหลักการทำงานอย่างไร หลักการวัดระยะทางของเจ้า Laser Range Finder ทำโดยการส่งแสงเลเซอร์เป็นสัญญาณพัลส์ (สัญญาณแรงในช่วงสั้นๆ)และลำแสงเลเซอร์ที่ใช้นั้นเป็นแสงเลเซอร์ Class 1 ซึ่งมองไม่เห็นและปลอดภัยต่อสายตาเราครับ และเมื่อเครื่องเริ่มส่งพัลส์แสงออกจากตัวเครื่อง เครื่องจะเริ่มจับเวลา
ที่ตัวเครื่องนั้นนอกจากจะมีเครื่องส่งแสงเลเซอร์แล้ว จะมีตัวรับแสงเลเซอร์ด้วย โดยเครื่องจะจับเวลาที่แสงเลเซอร์วิ่งออกจากเครื่องไปกระทบเป้าหมายที่ต้องการวัดและสะท้อนกลับมายังเครื่องตรวจจับในตัวกล้อง ภายในตัวเครื่องวัดระยะจะมีนาฬิกาดิจิตอลความเร็วสูง ซึ่งจะจับเวลาตั้งแต่ส่งพัลส์แสงเลเซอร์ จนกระทั่งแสงสะท้อนกลับมายังตัวตรวจจับ แล้วเจ้าเครื่องก็จะคำนวณเวลาที่แสงเดินทางไป-กลับออกมาเป็นระยะทางออกมา จากความเที่ยงตรงของนาฬิกาดิจิตอลภายในเครื่องวัดระยะจะทำให้ค่าที่อ่านได้มีความคลาดเคลื่อนประมาณบวกลบ 1 เมตร(หรือหลา) และเครื่องจะแสดงระยะเป็น เมตรหรือหลา (แล้วแต่เราตั้ง) ทางออกมาบนจอ LCD ที่ในช่องที่ตาเรามองเป้าหมายครับ
ความแม่นยำในการวัดของเจ้าเครื่อง Range Finder นี้ขึ้นกับอะไรบ้าง อย่างแรกก็คือเรื่องของระยะทางครับ เนื่องจากเครื่องทำการจับเวลาที่แสงเลเซอร์วิ่งไปสะท้อนเป้าหมายแล้ววิ่งกลับมาหาเครื่อง ดังนั้นถ้าเป้าหมายอยู่ใกล้เกินไปเวลาที่จับจะน้อยมาก ซึ่งจะทำให้เครื่องวัดค่าไม่ได้ หรือไม่ค่อยเที่ยงตรง (อย่างเช่นเครื่องวัดระยะดิจิตอล I-On Optics รุ่น LS101B ระยะใกล้สุดที่วัดได้คือ 15 เมตรครับ และไม่ค่อยเที่ยงตรงเท่าไร แต่พอเกินระยะ 20 เมตรแล้วสบายมาก) อีกอย่างคือถ้าทำการวัดเป้าหมายที่อยู่ไกลมาก ตัวส่งเลเซอร์ภายในเครื่องจะต้องมีกำลังสูงครับ เพื่อที่จะได้มีกำลังเหลือสะท้อนวิ่งกลับมา ซึ่งเครื่องวัดระยะดิจิตอลที่วัดได้ระยะทางไกลๆ ขนาดก็จะใหญ่ขึ้นครับ
ความสามารถในการสะท้อนของวัตถุเป้าหมายก็มีผลต่อความแม่นยำครับ เนื่องจากอุปกรณ์วัดระยะนั้นอาศัยการสะท้อนของแสงเลเซอร์ในการวัดระยะ ดังนั้นคุณสมบัติในการสะท้อนแสงของวัตถุเป้าหมาย จะมีผลต่อการคำนวณระยะทาง วัตถุที่เป็นของแข็ง เช่น รถยนต์ อาคาร จะมีความสามารถสะท้อนได้ดีกว่าวัตถุที่มีความสามารถในการสะท้อนต่ำเช่น ต้นไม้ ดังนั้นถ้าเราต้องการความแน่นอนของระยะทางแล้วเราควรจะเลือกวัดกับเป้าหมายที่มีความสามารถในการสะท้อนได้ดีครับ
นอกจากนี้แล้วสภาพภูมิอากาศหรือวัตถุอื่นในเส้นทางที่ทำการวัดเช่นวัดผ่านพุ่มไม้ ก็จะมีผลต่อความแม่นยำครับ ดังนั้นเครื่องวัดระยะดิจิตอลโดยทั่วไปจะมี mode ที่ช่วยในการวัดให้แม่นยำมากขึ้นดังนี้ครับ
- mode Rain เครื่องจะปรับวัดระยะที่ถูกต้องให้ ในกรณีที่ทำการวัดระยะผ่านฝน
- mode >150 เครื่องจะวัดวัตถุที่อยู่ในระยะห่าง (ประมาณ 150 หลาขึ้นไป) เพื่อเน้นความแม่นยำเมื่อวัดระยะผ่านฉากหน้าที่รกทึบ เช่น พุ่มไม้ หรือกิ่งไม้
- mode Reflector เมื่ออยู่ใน Mode Reflector เครื่องจะเพิ่มความสามารถในการวัดค่าการสะท้อน ทำให้สามารถวัดวัตถุที่มีความสามารถในการสะท้อนต่ำ
|