|
ขนาดของกล้องส่องทางไกลจะกำหนดด้วยเลข 2 ชุด เช่น 10x42 ซึ่งหมายถึงกำลังขยาย (10 เท่า) และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเลนส์วัตถุ (42 mm) โดยกำลังขยายนั้นหมายถึงขยายเป็นกี่เท่าจากระยะห่างของวัตถุ เช่น ในวัตถุที่ไกลออกไประยะ 100 เมตร เมื่อมองผ่านกล้องกำลังขยาย 10 เท่า (10x) จะเท่ากับดูด้วยตาเปล่าห่างจากวัตถุนั้น 10 เมตร เป็นต้น
กำลังขยายและขนาดของเลนส์วัตุจะบอกถึงรูรับแสงของกล้องตัวนั้น โดยการเอากำลังขยายไปหารขนาดของเลนส์ใกล้วัตถุ จะได้เป็นรูรับแสง (Exit Pupil) เช่น กล้อง Binoc ขนาด 7x35 จะมีขนาดรูรับแสงเท่ากับ 5 มม. (ซึ่งเท่ากับรูรับแสงของกล้องขนาด 10x50) รูรับแสงเป็นตัวบอกว่ากล้องตัวนั้นใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีหรือไม่ เพราะเป็นความกว้างของลำแสงจากภาพที่ดูผ่านตัวกล้องออกมา ในที่สว่างหรือเวลากลางวัน ขนาดของรูรับแสงไม่มีผลมากต่อการมองเห็น แต่ถ้าในที่ร่มหรือแสงน้อยะมีผลชัดเจนขึ้น ขึ้นอยู่กับขนาดของรูรับแสงและม่านตาของเราขณะนั้นเป็นอย่างไร รูม่านตาของคนเราสามารถปรับให้มีขนาดเล็กใหญ่ตามความสว่างของแสงที่ผ่านเข้ามา ตั้งแต่ 2 - 7 มม. เพื่อให้เราเห็นภาพได้สว่างพอดี
ตามปกติในเวลากลางวันรูม่านตาของเราจะมีขนาดราว 2-3 มม. ดังนั้นกล้องส่องทางไกลที่มีรูรับแสงขนาด 2 หรือ 5 มม. ก็จะมีความสว่างใกล้เคียงกัน แต่พอตกเย็นหรือเช้ามืด รูม่านตาเราจะขยายออกเป็น 5 มม. เพื่อรับแสงให้มากขึ้นได้ หรือขยายเป็น 7 มม. ในเวลากลางคืน ดังนั้นกล้องที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่ เช่น 5-7 มม. จึงเห็นภาพได้สว่างกว่าในเวลาดังกล่าว
กล้อง Binoc ที่เหมาะสมกับการดูนก จะมีกำลังขยายอยู่ในราว 8-10 เท่า และมีรูรับแสงอยู่ในช่วง 4-5 mm. ครับ
|