กล้องส่องพระและแว่นขยาย Zeiss

 

กล้องส่องพระ Zeiss รุ่น D40 ที่จำหน่ายในปัจจุบัน (2009)

รูปและข้อมูลเรื่องแว่นส่องพระ Zeiss หลายส่วนในบทความนี้คัดลอกมาจากข้อมูลของคุณ​ locoslimo ครับ ทางร้านขอขอบพระคุณสำหรับวิทยาทานมา ณ.ที่นี้

ที่มา:

http://www.uamulet.com/BoardDetail.aspx?bid=2&qid=2129&sortby=DESC

(ขวา) ใบโฆษณาสินค้าแว่นขยายพกพาแบบ Aplanatic ของ Zeiss ปี ค.ศ. 1929 โปรดสังเกตุ ราคาตอนนั้นขายกันตัวละ 6.5 เหรียญ (ที่มา: ร้านใน ebay)

(ซ้าย) ใบโฆษณาสินค้า รุ่น”สิงห์ดำ” ดั้งเดิมที่เรือนเป็นพลาสติกเบเกอไลท์ ครับ เท่าที่ค้นหาดูยังไม่เคยเห็นภาพชัดๆ และผมเองยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆเลยครับ (ที่มา: กระทู้ของ คุณ​ locoslimo ใน uamulet.com)

   แม้ว่าบริษัท Carl Zeiss จะสร้างชื่อและได้รับชื่อเสียงไปทั่วโลกในผลิตภัณฑ์ Optics มากมาย ตั้งแต่กล้องจุลทรรศน์ กล้องดูดาว กล้องส่องทางไกล เลนส์กล้องถ่ายรูป ไปจนถึงผลิตภัณฑ์​ Biomedical แต่เชื่อว่าคนไทยนั้นรู้จักชื่อเสียงของ Zeiss หรือ Carl Zeiss มากที่สุดในเรื่องของ “กล้องส่องพระ” ครับ

     ผลิตภัณฑ์แว่นขยายขนาดพกพา หรือ Folding Magnifiers หรือ Loupe นั้นถูกออกแบบมาเพื่อการส่องดูอัญมณี หรือใช้ในงานสำรวจ (ธรณีวิทยา) แต่คนไทยนั้นมีความเชื่อและนิยมในวัตถุมงคล จึงทำให้กล้องส่องพระเป็นที่นิยมแพร่หลาย และกล้องส่องพระ Zeiss ก็เป็นกล้องส่องพระที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นกล้องส่องพระที่นักเลงพระและเกจิอาจารย์เลือกให้เป็นกล้องที่ดีที่สุดครับ

     เลนส์กล้องส่องพระของ Zeiss นั้นเป็นเลนส​์ อะแพลนาติค-อโครมาติค โดยจะสังเกตุว่าในตัวเรือนของกล้องบางยุคนั้นได้เขียนอักษรย่อ Apl. ไว้เลยครับ เพื่อระบุว่าเป็นเลนส์อะแพลนฯหากเลนส์ทั่วไปที่ไม่ใช่ อะแพลนาติค-อโครมาติค การสะท้อนหลอดไฟจะเห็นเป็น สั้น-ยาว ทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะพลิกยังไงก็แล้วแต่


     ภาพบน(ซ้าย-ขวา) แสดงกล้องส่องพระ Zeiss ที่ผลิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปีต่างกัน โดยแสดงให้เห็นคุณสมบัติของเลนส์ อะแพลนาติค-อโครมาติค (โปรดสังเกตุความยาวหลอดไฟที่สะท้อนบนเลนส์ด้านหน้าและหลัง)

รูปด้านซ้ายมือ ตัวล่างสุดเป็นกล้อง Zeiss ปลอม

เลนส์อโครมาติค คือเลนส์ที่ลดการฟุ้งกระจายของสเปคตรัมสี โดยออกแบบให้ทุกสเปคตรัมของแสงไปรวมที่จุด โฟกัส (ที่มา : Wikipedia)

กล้องส่องพระ Carl Zeiss จากเมือง Jena ที่ผลิตในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตัวเรือนจะเป็นทองเหลืองชุบโครเมียม

เลนส์ อะแพลนาติค อโครมาติค

     คุณสมบัติของกล้องส่องพระ Zeiss ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก คือการออกแบบเลนส์แว่นขยาย เป็นเลนส์แบบ อะแพลนาติค-อโครมาติค (Aplanatic-Achromatic) ครับ จะสังเกตุได้ว่าในกล้องส่องพระของ Zeiss บางยุค หรือบนกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือในคู่มือจะมีคำว่า Aplanatic Achromatic  หรือบางทีจะย่อว่า Apl. ซึ่งเลนส์ อะแพลนาติค-อโครมาติคนี้เป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะของ Zeiss ครับ โดยเลนส์จะช่วยลดการฟุ้งกระจายของสเปคตรัมสีครับ

     เทคนิคการทดสอบเลนส์ อะแพลนาติค-อโครมาติค ทำได้ง่ายๆ (เทคนิคที่คุณ​ locoslimo แนะนำ) โดยการดูภาพสะท้อนของหลองไฟฟลูออเรสเซนต์ (หลอดยาว) ใต้หลอดไฟครับ และพลิกกล้องส่องพระเพื่อดูภาพสะท้อนหลอดไฟอีกด้าน ถ้าเป็นเลนส์อโครมาติคแล้ว ภาพสะท้อนของหลอดไฟ (ที่ปรากฎเป็นสองภาพ) จะมีความสั้น-ยาวไม่เท่ากันครับ รายละเอียดดูจากคำบรรยายภาพนะครับ

     จากการทดสอบกล้องส่องพระที่ร้่านจำหน่าย พบว่ามีแต่กล้องส่องพระ Zeiss เท่านั้นที่เป็นเลนส์ อะแพลนาติค-อโครมาติค ครับ กล้อง Nikon, B&L, Belomo และกล้องจีนอื่นๆ จะไม่มีคุณสมบัตินี้เลย

     กล้องส่องพระ Zeiss ที่ผลิตในช่วง 3-40 ปีให้หลัง ตัวเรือนจะเป็นพลาสติกโดยถ้าดูจากตราสินค้าแล้ว กล้องตัวล่างซ้ายจะมีอายุมากสุด (โลโก้ยังเป็น Carl Zeiss) กล้องตัวบนเป็นรุ่นถัดมา (โลโก้เป็น Zeiss แล้ว) และตัวล่างขวาเป็นรุ่นล่าสุด (โลโก้ปัจจุบัน)

www.outdoorvision.net

02-158-2866, 081-768-2866

 ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการผลิตภัณฑ์

Sports Optics

แม้จะไม่มีความรู้เรื่องกล้องส่องพระ รุ่นเก่า แต่ขออนุญาตฟันธงครับว่ากล้องตัวนี้ “สำเนา” แน่นอน

ของ”สำเนา” (เลียนแบบ)

   เนื่องจากกล้องส่องพระ Zeiss นั้นเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมพระครับ ดังนั้นจึงมีกล้อง”สำเนา”ขายกันมากมาย มีทั้งปลอมเหมือน/ไม่เหมือน และที่ดูยากสุดคือเป็นตัวเรือนของแท้ แต่เปลี่ยนเลนส์ เอาเลนส์อื่นมาใส่ครับ

   ทางร้านไม่มีความชำนาญในการดูกล้องส่องพระ Carl Zeiss/ Zeiss และ Carl Zeiss Jena รุ่นเก่าครับ แต่แนะนำว่าให้ลองตรวจสอบดูว่าเลนส์เป็นเลนส์อโครมาติคหรือไม่ (ตามเทคนิคของคุณ locoslimo ข้างบนครับ) เพราะกล้องส่องพระ Zeiss ปลอมจะไม่ใช้เลนส์อโครมาติคครับ 

กล้องส่องพระ Zeiss รุ่นที่ผลิตก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (ตราสินค้า Carl Zeiss Jena)

กล้องส่องพระ Zeiss รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

     หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัท Zeiss ได้ถูกแยกออกเป็น 2 บริษัท โดยเครื่องจักร/นักวิทยาศาตร์ชั้นนำ/ผู้บริหาร ถูกจับย้ายจากเมือง Jena (เมืองในเขตประเทศเยอรมันตะวันออก) มายัง ไปยังเมือง Heidenheim ในเขตเยอรมันตะวันตก และเปลี่ยนตราสินค้าเป็น Carl Zeiss (ไม่มีคำว่า Jena) ในขณะที่กองทัพรัสเซียก็รวบรวมคนงานของโรงงาน Carl Zeiss เพื่อเปิดบริษัท Carl Zeiss Jena เยอรมันตะวันออก (อ่านรายละเอียดได้ที่ ตราสินค้า Zeiss ) และทั้งสองบริษัทก็ผลิตสินค้ากล้องจุลทรรศน์ กล้องส่องทางไกล เลนส์กล้อง รวมทั้งกล้องส่องพระแข่งกัน!

     ภาพที่นำมาลงข้างล่างนี้ ไม่ใช่กล้องส่องพระของร้านครับ (ทางร้านไม่ได้จำหน่ายกล้อง Zeiss เก่าครับ) แต่ขอนำภาพจากใน อินเตอร์เนตมาเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับยุคและรุ่นของกล้องส่องพระ Carl Zeiss และ Carl Zeiss Jena ครับ

กล้องส่องพระ Carl Zeiss และ Zeiss เยอรมันตะวันตก

กล้องส่องพระ Carl Zeiss Jena เยอรมันตะวันออก

กล้องส่องพระ Carl Zeiss Jena รุ่นที่นักเลงพระเรียกว่า ”รุ่นสิงห์ดำ” ครับ ตัวเรือนเป็นพลาสติกสีดำ ( 4 ภาพบน)

บริษัท Zeiss เยอรมันตะวันตกใช้ตราสินค้า Carl Zeiss ในช่วงปี ค.ศ.1946-1971 ครับ นักเลงพระบ้านเราเรียกว่า “กล้อง Zeiss Apl. เกลียว”เพราะขอบเลนส์มีเกลียวทองเหลือง (ไม่เห็นจากภาพนี้)

ในปี 1971 Carl Zeiss เยอรมันตะวันตกชนะการได้สิทธิ์จากศาลโลกในตราสินค้า Carl Zeiss ครับ โดยห้ามโรงงาน Carl Zeiss Jena ใช้ตราสินค้า Carl Zeiss Jena (แต่เชื่อว่าก็ยังคงผลิตกันอยู่จนถึงปี 198x)  และบริษัท Zeiss ได้เปลี่ยนตราสินค้าของตนเป็น Zeiss เฉยๆ

กล้องส่องพระ Zeiss หลังเยอรมันรวมประเทศ

เมื่อกำแพงเบอร์ลินถูกทลายลงในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 อันเป็นสัญญลักษณ์ของการสิ้นสุดสงครามเย็น บริษัท Zeiss ทั้ง 2 ฝั่งก็ได้กลับมารวมกันใน ปี ค.ศ. 1991 และได้กลายเป็นบริษัทผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์เลนส์ และกล้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ โดยตราสินค้า Zeiss ยังคงเช่นเดิม แต่ไม่พิมพ์คำว่า West Germany แต่เปลี่ยนเป็น Germany ในช่วงต้น และกล้องส่องพระ Zeiss ปัจจุบันจะไม่พิมพ์คำว่่า Germany  ครับ

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของลูกค้ากล้องส่องพระ (นอกจากคำถามว่า “กล้องของร้าน Zeiss แท้หรือเปล่า”) คือ “ทำไมกล้องส่องพระ Zeiss D40 ที่ร้านจำหน่าย (รุ่นที่ผลิตในปัจจุบัน ภาพขวา) ถึงไม่มีคำว่า Germany” และ “กล้อง Zeiss รุ่นใหม่ผลิตในเยอรมันหรือเปล่า ทำไมไม่พิมพ์ว่า made in Germany ล่ะ” ผมก็สุดจะคาดเดาครับ แต่ยืนยันว่าเลนส์ของกล้องส่องพระ Zeiss D40 ยังคงผลิตในประเทศเยอรมันนี ครับ แต่ไปทำการประกอบที่ประเทศเบรารุส (ล๊อตล่าสุดที่ข้างกล่องระบุชัดเจนว่า made in Belarus) และสิ่งนี้ก็เกิดกับกล้องส่องทางไกล Zeiss เช่นกันครับ คือกล้องส่องทางไกล Zeiss รุ่นท๊อป (Victory) ที่ไม่ได้ประกอบจนเสร็จทั้งตัวที่โรงงานในเยอรมัน ทาง Zeiss จะไม่พิมพ์คำว่า made in Germany และกล้องรุ่น Conquest  ที่ส่งไปประกอบทั้งตัวในประเทศฮังการี กลับระบุชัดเจนว่า “made in Hungary” ครับ

กล้องส่องพระ Zeiss ที่ผลิตหลังปี ค.ศ.1991 โดยตอนแรกรูปแบบจะเป็นดังตัวซ้ายมือ หรือที่นักเลงพระเรียกว่า “Zeiss 2 แถว” และตัวขวามือเป็นรุ่นปัจจุบัน โดยมีแต่คำว่า Zeiss และอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมมุมด้านล่างเว้า

ส่วนข่าวลือที่บอกว่าเลนส์กล้อง Zeiss รุ่นเก่า ดีกว่ารุ่นใหม่ ทางโรงงานยืนยันว่า “ไม่จริงครับ

รุ่นนี้บ้านเราเรียก Zeiss Apl ครับ (บน)

รุ่นนี้บ้านเราเรียก “Zeiss 3 แถว” ครับ เข้าใจว่ามาจากตัวหนังสือ 3 แถวบนเรือนกล้อง (บน)

มุมเสวนา

เวปบอร์ดร้านฯ

The traditional term “aplanatic” is often mistaken as a description of the image flatness (“plane”). In fact, however, the ancient Greek verb πλανειν, meaning“to wander around”, is its root. The negating prefix “a” expresses exactly theopposite. The aplanatic condenser makes the light beams intersect exactly inthe object plane. (The light beams do not “wander around”). An image of the luminous-field diaphragm is thus produced with edge-to-edge sharpness.

Achromatic means “free from color” (from χρϖμα, Greek for color) and indicates the state of correction which is high for a condenser.

(ที่มา เวปไซด์ของ Zeiss)

ภาพบน: กล้องส่องพระ Zeiss แท้ ที่เป็นเลนส์ Apl นั้น จะมีการสะท้อนหลอดไฟไม่เหมือนกัน โดย ด้านหน้าหลอดไฟจะสั้นยาวไม่เท่ากัน แต่เมื่อพลิกอีกด้านความยาวหลอดไฟที่สะท้อนจะเท่ากัน

กล้องส่องพระ Zeiss ปลอม (ตัวล่างสุด)

หน้าหลัก../main/hna_hlak.html
ผลิตภัณฑ์../main/phlitphanth.html
บทความ../main/bthkhwam.html
กิจกรรม../main/kickrrm.html
บริการ../main/brikar.html
เกี่ยวกับเรา
เรา../main/keiyw_kab_rea.html
เพื่อนบ้าน../main/pheuxn_ban.html
ติดต่อเรา../main/tidtx_rea/tidtx_rea.html